ความเป็นมาของเรขาคณิต
จากหลักฐานที่พบบอกเราว่า
เรขาคณิตเกิดขึ้นในอียิปต์โบราณ เมื่อประมาณ 1,700 ปี
ก่อนคริสต์ศักราช
ชาวอียิปต์และชาวบาบิโลนต่างก็สนใจเรขาคณิตในแง่การนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่การดำรงชีวิต
เช่น การหาพื้นที่ เป็นต้น จึงทำให้ความรู้เกี่ยวกับเรขาคณิตสมัยอียิปต์และบาบิโลนจำกัด
วงแคบ เป็นความรู้ที่ได้เฉพาะจากการใช้สัญชาตญาณ การทดลองและการคาดคะเนเท่านั้น
ต่อมาราว 600 ถึง 200 ปี ก่อนคริสต์ศักราช ชาวกรีกให้ความสนใจเรขาคณิตแตกต่างไปจาก ชาวอียิปต์และชาวบาบิโลนโดยสิ้นเชิง
ชาวกรีกสนใจศึกษาเรื่องราวและปรากฏการณ์ของธรรมชาติ
นักคณิตศาสตร์ชาวกรีกในขณะเดียวกันก็เป็นนักปรัชญาด้วย
มีความต้องการที่จะค้นหารูปแบบต่าง ๆ
ของธรรมชาติ เพราะเชื่อว่าเรขาคณิตเป็นแกนกลางของรูปแบบของธรรมชาติ
และในฐานะที่เป็นนัก ปรัชญาด้วย
วิธีการแสวงหาความจริงเหล่านั้นจึงอยู่ในรูปของการใช้เหตุผล
นักคณิตศาสตร์ชาวกรีกผู้มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเรขาคณิตท่านหนึ่งคือยูคลิด
( Euclid ) ท่านได้รวบรวมเขียนตำราคณิตศาสตร์ขั้นต้นขึ้นมา
13 เล่ม รู้จักกันในชื่อ เอลเลเมนท์
( Elements ) ในจำนวนนี้มีถึง 7 เล่ม ที่ว่าด้วยเรื่องเรขาคณิต
เป็นตำราที่วางพื้นฐานการเรียน
เรขาคณิตที่ใช้การพิสูจน์อย่างมีเหตุผลจากสัจพจน์ ( axiom หรือ postulate )
เรขาคณิตมีวิวัฒนาการต่อมาเรื่อยๆ
เริ่มจากการกำเนิดของเรขาคณิตโพรเจกทีฟ (projective geometry ) และเรขาคณิตวิเคราะห์
( analytic
geometry ) จนถึงทุกวันนี้มีเรขาคณิตเกิดขึ้นหลายแขนง
เช่น โทโพโลยี ( topology ) ซึ่งเป็นเรขาคณิตที่เอื้อให้รูปเรขาคณิตสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้เมื่อได้รับการกระทำ
เช่น การบิด การบีบ หรือการยืด ได้มีการจำแนกเรขาคณิตออกเป็น 2 ระบบ คือ เรขาคณิตระบบยูคลิด ( Euclidean geometry ) และเรขาคณิตนอกระบบยูคลิด ( non-Euclidean
geometry ) เรขาคณิตทั้ง
2
ระบบนี้ เป็นผลงานที่แสดงถึงความพยายามของนักคณิตศาสตร์ที่จะอธิบายเรื่องราวของธรรมชาติ
ความรู้เกี่ยวกับเรขาคณิต
มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของมนุษย์เราอย่างมาก
เราใช้เรขาคณิตในชีวิตจริงเพื่อทำความเข้าใจ หรืออธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น
ใช้เรขาคณิตในการสำรวจพื้นที่ สร้างผังเมือง สร้างถนนหนทาง สำรวจโลกและอวกาศหรือบางครั้งเราอาจแทนความคิดหรือสิ่งต่างๆ
ด้วยรูปเรขาคณิต เรขาคณิตช่วยพัฒนาทักษะที่สำคัญหลายประการ เช่น
ทักษะเชิงมิติสัมพันธ์ หรือ ความรู้สึกเชิงปริภูมิ ( spatial sense ) การคิด
การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องอื่นๆ
เช่น จำนวน การวัด ตลอดจนเนื้อหาคณิตศาสตร์ขั้นสูงต่อไป
นอกจากนี้เรขาคณิตยังเป็นพื้นฐานในการเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์กับความรู้แขนงอื่นๆ
อีกด้วย เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเรขาคณิต
สามารถใช้ความรู้และเชื่อมโยงความรู้เรขาคณิตกับความรู้แขนงอื่นๆ ได้
ผู้เรียนจะต้องได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ โดยเริ่มจากกิจกรรมง่ายๆ
ไปสู่สถานการณ์ปัญหาที่ท้าทาย ผู้เรียนจะต้องทำการสืบค้น
ทดลองและสำรวจสิ่งที่อยู่รอบตัว เช่น ฝึกการมองภาพ วาดภาพ
และเปรียบเทียบรูปร่างในตำแหน่งต่างๆ กัน ซึ่ง กิจกรรมดังกล่าวเหล่านี้จะช่วยพัฒนาความสามารถเชิงมิติสัมพันธ์
หรือ ความรู้สึกเชิงปริภูมิ
1. รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากกับทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความแตกต่างระหว่างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากกับทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
คือ
- รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
เป็นรูปเรขาคณิตสองมิติไม่มีความหนา โดยจะมีส่วนกว้างและส่วนยาว
- ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
เป็นรูปเรขาคณิตสามมิติที่มีความหนา โดยจะมีส่วนสูง ส่วนกว้าง และส่วนยาว
2. รูปวงกลมกับทรงกลม ความแตกต่างระหว่างรูปวงกลมกับทรงกลม
คือ
- รูปวงกลม
เป็นรูปเรขาคณิตสองมิติไม่มีความหนา
- ทรงกลม
เป็นรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีความหนา
ส่วนประกอบของรูปทรงเรขาคณิต
- กว้าง
- ยาว
- สูง
รูปเรขาคณิต หมายถึง รูปต่างๆทางเรขาคณิต เช่น
รูปสี่เหลี่ยม มีด้าน 4 ด้าน มีมุม 4
มุม
รูปห้าเหลี่ยม มีด้าน 5 ด้าน มีมุม 5
มุม
รูปหกเหลี่ยม มีด้าน 6 ด้าน มีมุม 6
มุม
รูปแปดเหลี่ยม มีด้าน 8 ด้าน มีมุม 8
มุม
รูปวงกลม มีเส้นโค้งเป็นวงกลม
และห่างจากจุดศูนย์กลางเป็นระยะทางเท่ากัน
รูปวงรี มีเส้นเส้นโค้งเป็นวงรี
โดยห่างจากจุดศูนย์กลางไม่เท่ากัน
รูปเรขาคณิต 3 มิติจะมีความหนา
รูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปที่มีส่วนที่เป็นพื้นผิว
ส่วนสูง และส่วนลึก หรือหนา
1. ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก คือ ลักษณะของรูปสี่เหลี่ยมที่เป็นสามมิติ
1. ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก คือ ลักษณะของรูปสี่เหลี่ยมที่เป็นสามมิติ
รูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
2. ทรงกลม คือ ลักษณะของรูปวงกลมที่เป็นสามมิติ
รูปทรงกลม
3. ทรงกระบอก คือ ลักษณะของรูปกระบอกที่เป็นสามมิติ
![]() |
รูปทรงกระบอก
ที่มาของแหล่งข้อมูล : https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B
http://taamkru.com/th/%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%
https://sites.google.com/site/rekhakhnit/home











เนื้อหาดีมีประโยชน์แก่การเรียนมากๆเลยค่ะ
ตอบลบเนื้อหาดีจ้า
ตอบลบ